เมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา กองทัพซูดานนำโดยนายพล Abdel Fattah al-Burhan ได้ก่อรัฐประหารจับตัว Abdalla Hamdok นายกรัฐมนตรีและได้ตัดอินเทอร์เน็ตทั้งประเทศทันทึ โดย Cloudflare ผู้ให้บริการ CDN รายใหญ่ของโลกได้รายงานเหตุการณ์นี้ และจากเว็บไซต์ Cloudflare Radar ก็แสดงให้เห็นว่าตลอด 7 วันที่ผ่านมาแทบไม่มีทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตในประเทศซูดานเลย

จากสถิติ ซูดานเป็นประเทศที่เกิดเหตุการณ์ตัดอินเทอร์เน็ตบ่อยกว่าประเทศอื่น โดยการตัดอินเทอร์เน็ตเกิดขึ้นยาวนานที่สุดเมื่อปี 2018 เพราะเจ้าหน้าที่รัฐได้แบนโซเชียลมีเดียรวมถึงแอพแชทต่างๆ นานถึง 68 วันติดต่อกัน หรือเมื่อปี 2019 ได้ตัดอินเทอร์เน็ตมือถือทั้งประเทศนาน 36 วัน
ซูดานเป็นประเทศในทวีปแอฟริกาที่มีเหตุขัดแย้งแทบจะตลอดตั้งแต่ก่อตั้งประเทศเมื่อปี 1956 แต่ความขัดแย้งยาวนานหลักๆ เกิดจากอดีตประธานาธิบดี Omar al-Bashir เคยก่อรัฐประหารเมื่อปี 1989 และเป็นผู้นำประเทศนานถึง 3 ทศวรรษ รวมถึงเคยประกาศภาวะฉุกเฉินยาวเป็นปีเพราะมีการประท้วงทั้งประเทศและเรียกร้องให้เขาลาออก ก่อนจะโดนรัฐประหารเสียเองในปี 2019
หลัง Bashir หมดอำนาจ กองทัพได้บรรลุข้อตกลงกับฝ่ายประชาธิปไตยที่จะแชร์อำนาจการปกครองร่วมกัน แต่ความสัมพันธ์ก็ไม่มั่นคง โดยล่าสุดฝ่ายประชาธิปไตยพยายามจะผลักดันให้เปลี่ยนผ่านการปกครองมาเป็นของประชาชน 100% ในวันที่ 17 พฤศจิกายนนี้ แต่ก็โดนกองทัพก่อรัฐประหารเสียก่อน
ภาพชายชูธงซูดานหลังกองทัพกับฝ่ายประชาธิปไตยได้ข้อตกลงร่วมกันในปี 2019 | ภาพโดย Aladdin Mustafa
ที่มา - Cloudflare, CNN
from Blognone https://www.blognone.com/node/125599
via IFTTT

