รีวิว Galaxy Z Flip 3 รอบสองของ Flip ฟีเจอร์ครบครันขึ้น ในราคาที่ถูกลง

แม้มือถือจอพับได้ เป็นอีกนวัตกรรมฟอร์มแฟกเตอร์ของมือถือ ที่ดูจะมีแต่รูปทรงเดิมๆ ติดต่อกันมานานหลายปี จนกระทั่งมาเป็น Galaxy Z Flip ในปีก่อน ที่เปิดตัวมาในราคา 44,990 บาท และยังไม่กันน้ำ รวมถึงหน้าจอแบบพับได้ อาจยังไม่แข็งแรงนัก

แต่มาคราวนี้ มือถือจอพับได้รุ่นใหม่ของ Samsung ที่แม้จะชื่อ Galaxy Z Flip 3 แต่เป็นรุ่นที่สองของตระกูล Z Flip ที่ใช้เลข 3 เพื่อให้เข้ากันกับ Galaxy Z Fold 3 แถมดูเหมือนว่านอกจากตัวเลขที่ก้าวกระโดดแล้ว การพัฒนาฟีเจอร์ต่างๆ ในการใช้งานจริงของ Z Flip 3 ก็ก้าวกระโดดจากรุ่นแรกพอสมควร ในราคาที่จับต้องได้มากขึ้น ที่ 34,900 บาท ไล่เลี่ยกับมือถือเรือธงตัวท็อปทั่วไป

No Description

สเปก

  • หน้าจอ AMOLED ด้านนอก 1.9 นิ้ว ความละเอียด 260x512 พิกเซล
  • หน้าจอ AMOLED ภายใน 6.7 นิ้ว ความละเอียด 2640x1080 พิกเซล อัตรารีเฟรช 120Hz
  • ชิป Snapdragon 888
  • แรม 8GB
  • หน่วยความจำภายใน 128GB และ 256GB
  • กล้องหน้า 10MP
  • กล้องหลัง 2 กล้อง เป็นกล้องไวด์ กับอัลตร้าไวด์ ความละเอียด 12MP ทั้งคู่
  • แบตเตอรี่ 3,300mAh ชาร์จด้วย USB-C
  • กันน้ำ IPX8
  • รัน Android 11 ครอบด้วย One UI 3.5

หน้าจอและลักษณะภายนอก

เริ่มต้นที่หน้าจอด้านนอกหรือ cover screen ที่ใหญ่ขึ้นจาก 1.1 นิ้วในรุ่นแรก เป็น 1.9 นิ้ว ความละเอียด 260x512 พิกเซล เมื่อมีขนาดใหญ่ขึ้น ก็ใช้งานได้จริงมากขึ้น ทั้งเพื่อถ่ายรูป หรือใช้เพื่ออ่านแจ้งเตือน โดยผู้ใช้จะสามารถเปลี่ยนสไตล์นาฬิกา หรือเปลี่ยนวอลล์เปเปอร์ของหน้าจอภายนอกได้ในการตั้งค่า

No Description

Samsung ให้ widget บนหน้าจอภายนอกมา 6 ชนิดคือ เครื่องเล่นเพลง, สภาอากาศ, ตารางสิ่งที่ต้องทำประจำวัน, การตั้งปลุกครั้งต่อไป, Samsung Health และนาฬิกาจับเวลา โดยสามารถเลือกให้ widget แต่ละชนิดแสดงหรือไม่แสดงได้ในการตั้งค่าเช่นกัน

No Description

ตัวเครื่องขณะพับจะหนาเล็กน้อย มีลักษณะคล้ายคลึงกับตลับแป้ง ยังมีช่องว่างตรงกลางเครื่องอยู่ ไม่ได้พับทบกันสนิท

No Description

หน้าจอภายใน และการใช้งาน

เมื่อเปิดฝาเครื่องมา จะพบกับหน้าจอภายในที่คราวนี้เป็นหน้าจออัตรารีเฟรช 120Hz ทำให้การใช้งานลื่นไหลมากขึ้น และสิ่งที่หลายๆ คนน่าจะสงสัยคือรอยพับตรงกลางจอ เห็นได้ชัดแค่ไหน คำตอบคือในการทั่วไป แทบจะไม่รู้สึกถึงรอยพับเลย หากไม่ตั้งใจขยับจอเครื่องให้สะท้อนกับแสง และหน้าจอมีความสว่างมากพอสู้แสงได้ทั้งในและนอกอาคาร แบตเตอรี่อยู่ได้เต็มวัน โดยไม่รู้สึกว่าน้อยกว่ามือถือปกติทั่วไป

No Description

เมื่อกางออกมาเต็มที่ ตัวเครื่องจะบางไม่แตกต่างจากมือถือเรือธงอื่นๆ ในปัจจุบัน ความรู้สึกหลักๆ จะคล้ายกับการใช้งานมือถือที่มีอัตราส่วนหน้าจอในทางยาวมากกว่าปกติ อาจต้องใช้การเอื้อมนิ้วเล็กน้อย เพื่อแตะส่วนบนสุดและล่างสุดของจอ

No DescriptionNo Description

ช่วงข้อต่อของเครื่องค่อนข้างแข็ง เปิดปิดด้วยมือเดียวจะลำบากหน่อย อาจต้องใช้สองมือช่วยเปิด แต่ข้อดีคือทำให้ผู้ใช้สามารถกางหน้าจอค้างไว้กี่องศาก็ได้ โดยที่หน้าจอไม่ปิดหรือขยับเอง แต่เรื่องความคงทนในระยะยาว อาจจะขึ้นอยู่กับการใช้งาน เพราะก็ยังพอมีรอยที่เศษผงจะเข้าไปในกลไกขยับได้บ้าง

No Description

การใช้งาน เล่นเกม ฟังเพลง และดูวิดีโอ ทำได้ดีขึ้น เพราะทั้งสเปก Snapdragon 888 ระดับเรือธง หน้าจอ 120Hz และลำโพงคู่ที่เสียงค่อนข้างดัง แม้ความชัดยังไม่เท่ากับมือถือเรือธงรุ่นอื่น แต่ส่วนอื่นก็แทบไม่ต่างจากมือถือแอนดรอยด์เรือธงของปีนี้เท่าไร

อีกจุดที่แก้ปัญหาคือคราวนี้ตัวเครื่องกันน้ำ IPX8 แล้ว ใช้งานได้แบบสบายใจ ไม่ต้องกลัวน้ำกระเด็นใส่ แค่อาจต้องระวังเรื่องฝุ่นผงเช่นเดิม แต่ในอนาคต Samsung ก็อาจหานวัตกรรมเพิ่มเติมมากันฝุ่นให้ตัวเครื่องได้อีกก็ได้

ข้อเสียเล็กน้อยคือหน้าจอที่มีอัตราส่วนต่างจากรุ่นอื่น มีความยาวมากกว่าความกว้าง ทำให้วิดีโอทั่วไปที่ดู เช่นบน Youtube จะมีแถบดำอยู่ด้านซ้ายและขวามากกว่ามือถือทั่วไป และเมื่อซูมเข้า ส่วนบนและล่างก็จะถูกตัดออกไปเยอะ

No Description

กล้องถ่ายภาพ

เรื่องกล้องอาจจะเป็นจุดที่ Galaxy Z Flip โดดเด่นน้อยที่สุด กล้องหน้าความละเอียดอยู่ที่ 10MP รูรับแสง f/2.4 ส่วนกล้องหลังมี 2 กล้อง เป็นกล้องไวด์ความละเอียด 12MP รูรับแสง f/1.8 กับกล้องอัลตร้าไวด์ 12MP รูรับแสง f/2.2 ส่วน ซึ่งเป็นกล้องที่ใช้งานทั่วไปได้ดีตามมาตรฐาน Samsung แต่ไม่มีเซ็นเซอร์ระยะชัดลึก หรือเลนส์ซูมมาด้วย

No Description

ตัวอย่างภาพถ่าย

No Descriptionภาพจากกล้องหลังหลัก
No Descriptionภาพจากกล้องหลังหลัก
No Descriptionภาพจากกล้องอัลตร้าไวด์
No Descriptionภาพจากกล้องหลัก เปิด Night Mode
No Descriptionภาพจากกล้องหน้า

สรุป

Galaxy Z Flip 3 เรียกได้ว่าเป็นมือถือจอพับรุ่นที่สองที่เติมเต็มส่วนที่ขาดของรุ่นแรกได้แทบทั้งหมด ทั้งสเปกเรือธง หน้าจออัตรารีเฟรช 120Hz ที่สว่างขึ้น ลำโพงคู่ และการกันน้ำ IPX8 และส่วนที่สำคัญที่สุดคือราคาที่ถูกลงมาจนจับต้องได้ที่ 34,900 บาท

แม้เรื่องกล้องจะไม่โดดเด่น และความทนทานของข้อต่อและจอพับ อาจต้องติดตามดูในระยะยาว แต่ถ้าชอบความแปลกใหม่และนวัตกรรมล้ำสมัย รวมถึงอยากได้มือถือที่หยิบขึ้นมาใช้เมื่อไรก็ทำให้คนต้องเหลียวมอง Galaxy Z Flip 3 น่าจะเป็นอีกตัวเลือกที่มีสไตล์มากที่สุดของปีนี้

No Description



from Blognone https://www.blognone.com/node/124433
via IFTTT