Halo Infinite ถือเป็นเกมเด่นสำหรับการเปิดตัว Xbox Series X ช่วงปลายปีนี้ (แม้ลง Xbox One และพีซีด้วย) แต่จากการโชว์คลิปเกมเพลย์ครั้งแรกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ไมโครซอฟท์ก็ถูกวิจารณ์หนักว่า "กราฟิกไม่สมราคาคุย" ในฐานะเกมเด่นของคอนโซลยุคหน้า
ประเด็นเรื่องกราฟิกที่ Halo Infinite ถูกวิจารณ์มีหลากหลาย ทั้งเรื่องคุณภาพของภาพระหว่างการสตรีมเปิดตัวที่ไม่ชัดนัก (ไมโครซอฟท์อัพโหลดคลิปเดโมแบบชัดๆ ลง YouTube หลังสตรีม), รายละเอียดของ texture บางจุดที่ดูยังทำไม่เสร็จ ไปจนถึงทิศทางการออกแบบตัวละครในเกมที่ดูเก่าและตกยุคเกินไป ฯลฯ

ตัวอย่างภาพที่ถูกวิจารณ์ว่ายังทำไม่เรียบร้อย เช่น หน้าผาที่มุมด้านซ้ายบน

กระแสการวิพากษ์วิจารณ์ Halo Infinite ยังลามไปถึงแบรนด์ต่างๆ เช่น Domino Pizza ก็นำเรื่องนี้มาทวีตล้อเลียนไมโครซอฟท์ด้วย
PS5 vs Xbox Series X pic.twitter.com/IJftiUOjiE
— The CrapGamer (@The_CrapGamer) July 23, 2020
Don't worry Chief, Domino's always delivers 🎮 #HaloInfinite pic.twitter.com/IBbRD6Fh4n
— Domino's Pizza UK (@Dominos_UK) July 27, 2020
สาเหตุของปัญหากราฟิกมาจากหลายเรื่อง Aaron Greenberg หัวหน้าฝ่ายการตลาด Xbox บอกว่าภาพที่เห็นยังเป็นเกมที่ทำไม่เสร็จ ตอนนี้เพิ่งเดือนกรกฎาคม ยังห่างจากกำหนดวางขายเกมช่วงปลายปีอีกหลายเดือน และการแสดงแสนยานุภาพของเกมนี้จำเป็นต้องดูแบบ 4K 60 FPS ซึ่งเขาก็ยอมรับว่าทำได้ยากเมื่อดูผ่านสตรีม
Chris Lee หัวหน้าสตูดิโอ 343 Industry ที่พัฒนาเกมซีรีส์ Halo อธิบายกับ Gamespot ว่าเกมภาคนี้ถูกพัฒนาขึ้นแบบ cross-gen ตั้งแต่แรก ตั้งใจออกแบบให้เล่นได้ทั้งบน Xbox One, Xbox Series X และพีซี แต่ก็ยืนยันว่าจะทุ่มเต็มที่กับ Xbox Series X โดยให้ข้อมูลว่าเกมใช้พลังประมวลผลต่อพิกเซลสูงกว่า Halo 5 ถึง 10 เท่า ทีมงานเน้นการพัฒนาตัวเอนจิน SlipSpace ให้ใช้ได้อีกนาน และยืนยันว่าจะอัพเดตตัวเกมต่อไปเรื่อยๆ หลังเกมวางขายแล้ว
เซคชั่น Digital Foundry ของเว็บไซต์ Eurogamer ซึ่งเชี่ยวชาญเรื่องกราฟิกของเกม ทำคลิปอธิบายประเด็นกราฟิกของ Halo Infinite อย่างละเอียด ชี้ว่าเกมยุคนี้เปลี่ยนจากระบบแสง static lighting (เช่นใน The Last of Us 2 ที่ทำได้ดีมากๆ) มาเป็น dynamic lighting ที่สมจริงกว่าแต่กินพลังประมวลผลมากกว่า อย่างไรก็ตาม dynamic lighting มีปัญหาว่าการคำนวณสภาพแสงให้ภาพออกมาดูดีทุกมุมทำได้ยากกว่า static lighting ที่นักพัฒนาควบคุมแสงได้ล่วงหน้า และปรับแต่งแสงให้ออกมาดีที่สุดสำหรับแต่ละฉาก
Digital Foundry ชี้ว่าปัญหานี้ไม่ได้เกิดเฉพาะ Halo Infinite แต่รวมไปถึงเกมยุคใหม่อย่าง Metro Exodus ด้วย ทางแก้ในเชิงเทคนิคคือการใช้ ray-tracing หรือเทคนิคบางอย่างของเอนจิน (เช่น Lumen system ใน Unreal Engine 5 หรือ SVOGI ของ CryEngine) ตอนนี้ Halo Infinite ยังไม่ได้ใช้ ray tracing ซึ่งอาจเป็นเพราะข้อจำกัดของเกมแบบ cross-gen ที่ต้องรองรับคอนโซลรุ่นเก่าด้วย
from Blognone https://www.blognone.com/node/117673
via IFTTT

