แอปเปิลรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 2 ตามปีการเงินบริษัท 2019 สิ้นสุดเดือนมีนาคม มีรายได้รวม 58,015 ล้านดอลลาร์ ลดลง 5% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน กำไรสุทธิอยู่ที่ 11,561 ล้านดอลลาร์ ลดลง 16% โดยรายได้จากตลาดนอกอเมริกา คิดเป็น 61% ของรายได้รวม
รายได้ที่ลดลงของแอปเปิลนั้นก็มาจากยอดขายที่ลดลงของ iPhone เป็นหลัก ไตรมาสนี้ iPhone ขายได้ 31,051 ล้านดอลลาร์ ลดลง 17% ขณะที่ธุรกิจบริการ (Services) ซึ่งรวมทั้ง App Store และ Apple Music ยังคงเติบโตสูงต่อเนื่องทำสถิติใหม่ทุกไตรมาส สำหรับรายได้ไตรมาสนี้อยู่ที่ 11,450 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 16% ส่วนตลาดจีนก็ได้รับผลกระทบหนัก รายได้ลดลง 22% เป็น 10,218 ล้านดอลลาร์
Tim Cook ซีอีโอแอปเปิล กล่าวว่าสิ้นสุดไตรมาสนี้ มีจำนวนอุปกรณ์ที่ลงทะเบียนใช้งานมากกว่า 1,400 ล้านเครื่องทั่วโลก และนอกจากธุรกิจบริการที่เติบโตทำสถิติใหม่ กลุ่มสินค้าอุปกรณ์สวมใส่ (Apple Watch, AirPods) อุปกรณ์ในบ้าน และอุปกรณ์เสริม ก็เติบโตดีทำสถิติใหม่เช่นเดียวกัน รวมทั้งยอดขาย iPad ก็เติบโตสูงสุดในรอบ 6 ปี (iPad โต 22%)

เนื้อหาเพิ่มเติมจากช่วงแถลงผลประกอบการกับนักวิเคราะห์มีประเด็นน่าสนใจดังนี้
- Apple Pay จะขยายตลาดได้ 40 ประเทศ ภายในปีนี้
- มีผู้สมัครใช้งานบริการ-แพลตฟอร์มของแอปเปิลแบบเสียเงินรายเดือน 390 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 120 ล้านบัญชี
- Tim Cook บอกว่า AirPods ตอนนี้ถือเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรม
- เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นของ iPhone ในจีน หลังจากปรับลดราคาลง
- ธุรกิจ Services นอกจากเติบโตสูง ยังทำกำไรสูงให้แอปเปิลด้วย โดย 1 ใน 3 ของกำไรขั้นต้นแอปเปิล มาจากส่วนธุรกิจนี้
- ยังคงมองอินเดียเป็นตลาดสำคัญ และมีโอกาสอีกมากสำหรับแอปเปิล

from Blognone https://www.blognone.com/node/109491
via IFTTT

