รีวิว LG G6 กับความสวยงามภายใต้หน้าจอเกือบไร้ขอบ FullVision

หลัง LG G5 เรือธงปีที่แล้วไม่ประสบความสำเร็จตามที่หวังไว้กับโทรศัพท์แบบโมดูลาร์ ปีนี้ LG ขอแก้ตัวใหม่กับ LG G6 ที่หันกลับมาทำโทรศัพท์ในแบบดั้งเดิม แต่ปรับปรุงดีไซน์ใหม่ ให้มีความบาง พร้อมหน้าจอแบบใหม่ที่ LG เรียกว่า FullVision ทำให้ขอบหน้าจอของ LG G6 บางมาก และสามารถขยายขนาดหน้าจอให้ใหญ่ถึง 5.7 นิ้ว ภายใต้บอดี้เพียง 5.2 นิ้ว

No Description

สเปค

  • หน้าจอ LCD แพแนล IPS ขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียด 1440x2880 ครอบทับด้วย Gorilla Glass 3 รองรับการแสดงผล HDR10 และ Dolby Vision
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 821
  • แรม 4GB ความจุ 64GB รองรับ microSD สูงสุด 2TB
  • กล้องหลังกล้องคู่ 13 ล้านพิกเซลทั้งคู่ กล้องหลักรูรับแสง f/1.8, PDAF, OIS กล้องรอง f/2.4 ไม่มีออโต้โฟกัส กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล f/2.2
  • แบตเตอรี่ Li-Po 3,300 mAh รองรับ Quick Charge 3.0
  • พอร์ท USB-C 3.1, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac
  • แอนดรอยด์ 7.0 ครอบทับด้วย LG UX 6.0
  • กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68 กันน้ำได้สูงสุด 1.5 เมตรนาน 30 นาที

No Description

ตัวเครื่อง

ความโดดเด่นที่เห็นได้ชัดที่สุดของ LG G6 คือหน้าจอ FullVision ขนาด 5.7 นิ้ว ที่กินพื้นที่เกือบ 80% ของตัวเครื่อง ทำให้พื้นที่ในการแสดงผลเพิ่มมากขึ้น พร้อมสัดส่วนของจอแบบ 2:1 ที่เหมาะกับการชมภาพยนตร์

LG G6 ยังรองรับมาตรฐาน HDR10 และเป็นสมาร์ทโฟนตัวแรกที่รองรับมาตรฐาน Dolby Vision ซึ่งเป็นมาตรฐานการแสดงผล HDR ของ Dolby Laboratories ที่ทำออกมาแข่งกับ HDR10 โดยมีค่าความสว่างสูงสุดและความลึกของสีตามสเปคที่มากกว่า HDR10

สมาชิก Netflix หรือ Amazon Prime Video แพ็คเกจระดับสูงๆ จะสามารถชมภาพยนต์ที่รองรับมาตรฐาน HDR10 และ Dolby Vision ได้อย่างเต็มที่บน LG G6

No Description

No Description

No Description

ด้านข้างของตัวเครื่อง อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่า LG ออกแบบใหม่ ทำให้ LG G6 มีความบางและสวยงามมากยิ่งขึ้น แถมเป็นดีไซน์แบบ Unibody ไร้รอยต่อ ซึ่งด้วยขนาดของตัวเครื่อง น้ำหนักและความบางนี้ ถือว่ากำลังพอดีเมื่ออยู่ในมือ ไม่ให้ความรู้สึกว่ามือถือจะหลุดหรือหล่นจากมือใดๆ ทั้งสิ้น

No Description

No Description

ด้านล่างเป็นพอร์ท USB-C ที่รองรับ Quick Charge 3.0 ซึ่งหัวชาร์จที่แถมมาให้ในกล่องก็รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วนี้ด้วย ส่วนด้านข้างเป็นลำโพง ซึ่ง LG G6 มาพร้อมกับระบบเสียงแบบ Quad DAC ช่วยลดความเพี้ยนของสัญญาณ (นอยซ์) ลง ช่วยให้เสียงชัดขึ้นราว 50%

No Description

No Description

ด้านหลังเป็นกล้องคู่ และปุ่มล็อคหน้าจอซึ่งเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือในตัว

No Description

กล้อง

จุดเด่นของกล้องบน LG G6 คือกล้องเลนส์ไวด์กว้างถึง 125 องศา ช่วยเพิ่มมิติและองศาในการถ่ายภาพได้ง่ายๆ โดย UI บนตัวกล้องจะมีให้กดเลือกได้เลยว่าจะถ่ายภาพจากมุมกว้างหรือมุมแคบโดยไม่ต้องซูม ซึ่งฟังก์ชันนี้รองรับทั้งกล้องหน้ากล้องหลัง ทำให้ในเคสของกล้องหน้า สามารถถ่ายได้ทั้งเซลฟี่เดี่ยวและกลุ่มสบายๆ

No Description

No Description

(บน) ภาพมุมแคบ, (ล่าง)ภาพมุมกว้าง

แอปกล้องยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ Square Mode สำหรับการถ่ายภาพแบบสี่เหลี่ยมจตุรัสลักษณะเดียวกับการถ่ายลง Instagram ในสมัยก่อน ซึ่ง Square Mode ก็จะมีโหมดย่อยลงไปให้เลือกอีกได้แก่

  • Snapshot: ถ่ายและดูภาพที่ถ่ายในจอเดียวกันในอัตราส่วน 1:1
  • Grid Shot: ถ่ายหลายภาพและรวมไว้ในภาพเดียวแบบตัดแปะ
  • Guide Shot: แอปจะมีแบบ (model) ต่างๆ มาให้แบบจางๆ สำหรับการวางภาพซ้อน เพื่อเป็นตัวอย่างก่อนถ่าย
  • Match Shot: เป็นการถ่ายภาพจากทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง และสามารถนำมารวมเป็นภาพใหม่ภาพเดียว เพื่อเป็นการเพิ่มลูกเล่นของภาพ

No Description

ส่วนคุณภาพกล้องหลังโดยรวมดีน่าพอใจ โดยเฉพาะในที่แสงเยอะๆ ไวท์บาลานซ์ค่อนข้างดี สีสดคมชัด อย่างไรก็ตามในพื้นที่แสงน้อยหรือในร่ม อาจมีปัญหานอยซ์หรือการเก็บรายละเอียดบ้างประปราย แต่โดยรวมยังถือว่าน่าพอใจ ซึ่งกล้องของ LG G6 ได้รับคะแนนจาก DxOMark สูงถึง 84 คะแนน

No Description

No Description

No Description

No Description

No Description

No Description

No Description

No Description

No Description

ประสบการณ์การใช้งาน

สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดบน LG G6 คงหนีไม่พ้นดีไซน์ที่บางแต่โฉบเฉี่ยว ถือกระชับมือ ไม่ใหญ่ไปไม่เล็กไปและไม่หล่นง่าย ประกอบกับหน้าจอ FullVision ที่ให้ความรู้สึกในการใช้งาน ไม่ว่าจะแชท เล่นโซเชียล หรือดูหนังฟังเพลงได้อย่างเต็มอารมณ์

No Description

ส่วนเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านหลังตอบสนองค่อนข้างเร็วและแม่นยำ โฮมเซ็นเซอร์จะเป็นปุ่มล็อคหน้าจอไปในตัวด้วย แต่ด้วยความที่ LG รองรับ gesture อย่างการเคาะหน้าจอ 2 ครั้งที่หน้าโฮมเพื่อล็อคจอ ทำให้ปุ่มด้านหลังแทบไม่ได้ใช้งานเลย

No Description

ส่วนแบตเตอรี่ที่ให้มามากถึง 3,300 mAh ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานในหนึ่งวันแบบเหลือๆ ขณะที่ระบบชาร์จก็รองรับ Quick Charge 3.0 ที่ใช้เวลาชาร์จราวๆ 2 ชั่วโมงเท่านั้น ไม่รวมการชาร์จเพียง 20-30 นาที ก็จะได้แบตเตอรี่กลับคืนมาราวๆ 30-40% แล้ว

สรุป

ถือเป็นการแก้ตัวจาก LG G5 ที่ทำได้ค่อนข้างดี สำหรับ LG G6 ไม่ว่าจะเรื่องดีไซน์และขนาด โดยเฉพาะหน้าจอ FullVision ขนาด 5.7 นิ้วบนบอดี้ 5.2 นิ้ว ความละเอียดถึง QHD ที่ช่วยเพิ่มประสบการณ์ใช้งาน LG G6 ได้ค่อนข้างมาก ขณะที่กล้องหลังก็ถือว่าดีไม่แพ้เรือธงรุ่นอื่นๆ โดยเฉพาะคอนทราสต์ที่สดและไวท์บาลานซ์ที่เป็นธรรมชาติ

LG G6 วางจำหน่ายแล้วในราคา 24,900 บาท แถม LG ยังออกโปรโมชั่นซื้อช่วงนี้แถมทีวี LED ขนาด 43" รุ่น 43LJ500T มูลค่า 13,900 บาทด้วย หากสนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

No Description

Topics: 


from Blognone https://www.blognone.com/node/95279
via IFTTT