รัฐบาลออสเตรเลียชงกฎหมายความมั่นคงไซเบอร์ ให้อำนาจรัฐถอดรหัสข้อความได้

รัฐบาลออสเตรเลียอ้างว่าเพื่อความมั่นคง ปลอดภัย ควรปล่อยให้รัฐสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ เพราะอาจเป็นข้อมูลของกลุ่มสุดโต่ง หรือกลุ่มที่เตรียมจะก่ออาชญากรรม แม้ผู้เชี่ยวชาญจะเตือนว่า การทำให้การเข้ารหัสจากปลายทางถึงปลายทาง หรือ end-to-end encryption อ่อนแอลง จะทำให้ตำรวจสามารถดักฟังได้และอาจทำให้แฮกเกอร์โจมตีข้อมูลได้ง่ายด้วย

No Description

กฎหมายใหม่นี้เอาโมเดลมาจากกฎหมายของอังกฤษ Investigatory Powers Act โดยนายกรัฐมนตรี Malcolm Turnbull เห็นว่าหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายจะเข้าถึงการสื่อสารนั้นๆ ได้

ออสเตรเลียพยายามเป็นตัวตั้งตัวตีในการผลักดันแนวคิดนี้ผ่านการประชุมสุดยอดผู้นำ G20 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเรียกร้องให้บริษัทเทคโนโลยีทั้งหลาย ทำให้การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารไร้ซึ่งหลักเกณฑ์ใด ๆ สามารถเข้าถึงได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อจะป้องกันและต่อต้านภัยคุกคามจากการก่อการร้าย ด้านตำรวจระบุว่า ไม่กี่ปีมานี้ สัดส่วนทราฟฟิกการสื่อสารกันด้วยการเข้ารหัสเพิ่มขึ้นจาก 3% เป็น 55%

ประเด็นเรื่องเข้ารหัส (Encryption) เรื่องถอดรหัส (Decrypt) เรื่องความเป็นส่วนตัวของบุคคลหรือเรื่องความมั่นคงของรัฐไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องใหญ่ที่เถียงกันมานานแล้ว

ตัวอย่างจากคดี San Bernardino ที่เกิดเหตุกราดยิงจนเสียชีวิตไป 14 คน และโทรศัพท์ถูกล็อครหัสผ่านนั้น FBI ยื่นคำร้องต่อศาลให้ Apple ทำรอมรุ่นพิเศษเพื่อเข้าถึงข้อมูลที่ยึดมาได้

Amber Rudd (นักการเมืองฝ่ายขวาจัด ได้ขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีกลาโหมของอังกฤษนับตั้งแต่ Theresa May ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี) เคยออกมาเรียกร้องให้สามารถเข้ารหัส WhatsApp ได้ หลังเกิดเหตุโจมตีที่ Westminster เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาว่า บริษัทไอทีทั้งหลายที่มีการให้บริการข้อความ ต้องทำให้การเข้ารหัสสามารถทำได้ง่ายขึ้น เพราะเมื่อเกิดเหตุร้ายแรงเช่นนี้ รัฐบาลไม่สามารถอ่านข้อความได้ เพราะมีการเข้ารหัสจากปลายทางถึงปลายทาง ควรทำให้การเข้ารหัสนั้นอ่อนแอกว่านี้ อดีตผู้อำนวยการ FBI อย่าง James Comey ก็เคยเรียกร้องในประเด็นเดียวกันนี้ เพื่อให้สามารถสืบค้นข้อมูลจากการติดต่อสื่อสารได้เช่นกัน

นายกรัฐมนตรี Malcolm Turnbull แห่งออสเตรเลีย และ Amber Rudd รัฐมนตรีกลาโหมของอังกฤษที่เรียกร้องให้มีการถอดรหัสข้อความบุคคลเหมือนกัน

ความสำคัญของการทำให้การเข้ารหัสแข็งแกร่งก็เพื่อความปลอดภัย ยิ่งเข้ารหัสอย่างแน่นหนามากยิ่งทำให้แฮกข้อมูลยาก ก่ออาชญากรรมยาก โจรกรรมยาก ส่งผลดีทั้งในระดับบุคลและระดับประเทศ

ประเด็นนี้เป็นดีเบตที่ยังหาข้อยุติไม่ได้ ทั้งฝ่ายที่อ้างความมั่นคงของรัฐเพื่อปกป้องประชาชน และฝ่ายที่ต้องการพิทักษ์รักษาสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล รัฐบาลต้องชั่งน้ำหนักว่าความท้าทายจากปัญหานี้จะป้องกันหรือรับมือภัยคุกคามจากการก่อการร้ายอย่างไร ไม่ให้ละเมิดสิทธิ เสรีภาพของประชาชน

ที่มา - AP, The Guardian 1, 2,
The Huffington Post, Schneier



from Blognone https://www.blognone.com/node/93947
via IFTTT