องค์การ NASA เคยพูดถึงการเดินทางไปดาวอังคาร พูดถึงการส่งคนไปสู่ระบบมาร์เทียนในทศวรรษ 2030 สิ่งหนึ่งที่องค์การอวกาศไม่เคยทำสำเร็จเลยคือการสรุปว่าต้นทุนในการเดินทางนั้นเท่าไร?
มีรายงานชิ้นใหม่เพิ่งออกมาเพื่อช่วยให้ผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับภารกิจนี้ทั้งในสภาคองเกรส องค์กรธุรกิจ ฝ่ายวิจัย ฯลฯ ได้ประเมินว่า จะทำให้โครงการสำรวจดาวอังคารนี้ยั่งยืนได้อย่างไร โดยคาดว่าน่าจะเดินทางไปได้ในช่วงปลายทศวรรษ 2030 ถึงต้นทศวรรษ 2040
ห้องปฏิบัติการจรวดขับดันหรือ เจพีแอล (Jet Propulsion Laboratory: JPL) พยายามวิเคราะห์ว่างบประมาณ 4.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ นี้จะทำให้
- ส่งยานลงจอดบน 'โฟบอส' (Phobos) ดวงจันทร์ของดาวอังคารได้ในช่วงปี 2033
- อยู่บนพื้นผิวดาวอังคารเป็นเวลา 1 เดือนได้ในปี 2037
- อยู่บนพื้นผิวดาวอังคารได้เป็นระยะเวลา 1 ปีในช่วงปี 2041-2046
ปัญหาสำหรับแผนการนี้คือความจำกัดทั้งด้านข้อมูล ทั้งเทคโนโลยี ทั้งศักยภาพของระบบอีก เพราะงบประมาณ 4.5 แสนล้านเหรียญสามารถทำได้แค่เพียงภารกิจขั้นต้นเท่าที่กล่าวมา ยังไม่รวมการพัฒนาเทคโนโลยีด้านอวกาศอย่างยั่งยืนในระยะยาวด้วย อีกทั้งตัวเลข 4.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐน ยังประเมินบนสมมติฐานที่ว่าองค์การ NASA จะยุติการอุดหนุนสถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station: ISS) ในปี 2024 นี้ เพื่อนำเงินมาอุดหนุนโครงการดาวอังคารแทน
ที่มา - Ars Technica
from Blognone https://www.blognone.com/node/91737
via IFTTT

