ลองใช้ Yeelight LED หลอดไฟอัจฉริยะ ที่ไม่ทำให้กระเป๋าฉีก

สวัสดีครับ ผมได้หลอดไฟ Yeelight LED เลยเอามารีวิวให้ดูนะครับ เป็นทางเลือกให้คนที่อยากจะเริ่มขั้นแรกของการสร้าง smart home แบบที่ไม่ได้ถือว่าแพงจนเกินไป

Yeelight LED เท่าที่ผมทราบ ไม่ได้มีขายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย แต่ก็เหมือนกับสินค้าตัวอื่นของจีน ที่มีคนนำเข้ามาขายค่อยข้างเยอะ ตัวผมเองซื้อมาชุดนึงตอนไปเที่ยวฮ่องกง และอีกชุดนึงฝากซื้อจากที่จีน ซึ่งราคาก็ถูกกว่าตามที่หาได้ในไทยอยู่ประมาณร้อยนึง

เริ่มจากสเปคก่อนละกันนะครับ ตามด้านล่างดังนี้

  • ขั้วต่อ E27
  • 9W
  • รับแรงดันไฟฟ้าที่ 220V
  • ค่าอุณหภูมิสี 1700-6500K
  • ค่าความสว่าง 600 lumens
  • อายุ 25,000 ชม.
  • Wireless b/g/n ที่ 2.4 GHz

อันนี้เป็นหน้าตาของกล่องนะครับ

ด้านหน้า

alt="alt text"

ด้านหลัง

alt="alt text"

เปิดกล่องออกมาก็จะเจอตัวหลอด (แน่นอนครับ) และคู่มือซึ่งเป็นภาษาจีน (แน่นอนอีกเช่นกัน)

alt="alt text"

ตัวหลอดดูดีพอสมควร เป็นสีแนวเมทัลลิก แต่ว่าจับแล้วจะรู้ว่าเป็นพลาสติก ด้านหน้าเป็น สัญลักษณ์ Yeelight ส่วนด้านหลังของหลอดก็จะมี พวกสเปคต่างๆ

ให้ดาวน์โหลดแอพที่ชื่อ Mi Home ซึ่งมีทั้งใน Google Play และ App Store เมื่อโหลดเสร็จแล้ว ให้ sign in ถ้ามี account อยู่แล้ว หรือ sign up เพื่อสร้าง account ใหม่ ตอนเข้าใช้งานตัวแอพจะมีให้เลือก Locale ผมแนะนำว่าให้เลือกเป็น Mainland China หรือ Singapore โดยการเลือก Locale สองตัวนี้มีจุดเด่นต่างกันไป ซึ่งผมจะอธิบายในตอนท้ายอีกที

เมื่อเข้าใช้งานเสร็จให้เสียบหลอดไฟและเปิดสวิทช์ จะมี Notification ขึ้นที่แอพเพื่อติดตั้งหลอดไฟใหม่ เราสามารถกดติดตั้งได้เลย แอพจะถาม Wi-Fi และรหัสผ่าน เสร็จแล้วตัวหลอดไฟก็จะเข้าสู่การตั้งค่าด้วยตัวมันเอง ในขั้นตอนนี้ถ้าหลอดไฟใหม่ไม่แสดงขึ้นมา ให้ปิดและเปิด 5 ครั้ง ตัวหลอดไฟจะรีเซ็ตตัวมันเอง

alt="alt text"

เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วหลอดไฟก็จะแสดงขึ้นมาที่หน้าแอพ สามารถกดเข้าไปเพื่อที่จะควมคุมได้เลย

alt="alt text"

ในหน้าจอการควบคุม จะแบ่งเป็นหมวดต่างดังนี้

  • Power - ใช้เปิดหรือปิด
  • Hue - ใช้ควบคุมไฟให้เปลี่ยนเป็นโทนสีต่างๆ
  • White - ใช้ควบคุมไฟในหมดโทนสีขาวและขาวส้ม
  • Flow - ใช้ทำให้หลอดไฟมีการเวียนสีไปเรื่อยๆ
  • Scene - ใช้สำหรับสร้างซีนหรือเก็บสีที่ชอบ เราสามารถตั้งสีที่ชอบได้โดยเมื่อเลือกสีแล้วกดปุ่มหัวใจด้านบน แล้วตั้งชื่อ สีนั้นจะไปอยู่ใน Scene
  • Snap - ใช้สำหรับจับสีโดยกล้องของโทรศัพท์เพื่อทำให้หลอดไฟมีสีเดียวกัน (โดยส่วนตัว มันเป็น gimmick มากกว่าครับ)

alt="alt text"

วิธีการควบคุมใช้เหมือนกันทั้ง White และ Hue คือเลื่อนไปทางซ้ายหรือขวาเพื่อปรับโทน เลื่อนขึ้นหรือลงเพื่อปรับความสว่าง

alt="alt text"

การควบคุมโดยทั่วไป มีตามนี้ครับ

ในกรณีที่ใช้ Android เราสามารถที่จะสร้าง Shortcut ไว้ที่หน้าจอได้ โดยกดปุ่มค้างที่ตัวหลอดไฟ แล้วเลือก Add Home Screen Shortcut

alt="alt text"

ในตอนแรกที่บอกว่าแนะนำให้เลือก Locale เป็น Mainland China หรือ Singapore เพราะเหตุผลตามนี้ครับ

Mainland China ในกรณีที่มีหลอดไฟมากกว่าหนึ่งหลอดในห้อง แล้วอยากจับเป็นกลุ่มเดียวกัน สามารถทำได้ที่ Locale นี้ที่เดียวตามที่ผมลอง ทำได้โดยเลือกเข้าไปที่หลอดใดหลอดนึง คลิกปุ่ม ... แล้วเลือก Setting กด New Group แล้วเลือกหลอดไฟที่จะจับเข้ากลุ่ม เมื่อจับแล้วจะเข้าไปอยู่ที่หน้าหลัก เมื่อสร้างกลุ่มแล้ว สามารถเปลี่ยนชื่อได้ และสามารถสร้าง Shortcut ไว้ที่ Home Screen ได้ตามวิธีด้านบน

alt="alt text"

Singapore ณ ตอนนี้ Yeelight ประกาศที่หน้าเว็บไซต์แล้วว่ารองรับ Amazon Alexa แต่เนื่องจากผมไม่มีเลยไม่ได้ลอง แต่นอกจากนั้นแล้ว ถ้าใช้ Locale นี้ เราสามารถเชื่อมต่อ Yeelight กับระบบอื่นๆ ได้ผ่าน IFTTT เช่น ผมสามารถใช้ Google Assistant สั่งให้ Yeelight ทำงานแบบต่างๆ ได้

ข้อเสียใน Locale นี้คือยังไม่รองรับการจับกลุ่มหลอดไฟถ้ามีหลายหลอดในห้องเดียวกัน แต่ก็สามารถ workaround ได้ โดยการตั้งคำสั่งเดียวกันซ้ำเพื่อควบคุมหลอดไฟหลายหลอด เท่าที่ลองตามอ่านดูเห็น Yeelight ประกาศว่ากำลังทำระบบกลุ่มใน Singapore อยู่

อันนี้คือบรรยากาศของห้องนะครับ

alt="alt text"

สรุป

Yeelight LED เหมาะกับคนที่อยากจะลองสร้างบ้านตัวเองให้ smart ขึ้น จริงๆ แล้วจะมีระบบที่สามารถตั้งเวลาเปิดปิดได้ด้วย แต่ผมไม่ค่อยได้ใช้ตรงนั้น แต่แค่สามารถดูได้ว่าลืมปิดไฟในบ้านหรือเปล่าก็โอเคแล้ว

ข้อดี

  • ราคาไม่สูงมาก ไม่ต้องใช้ hub ในการควบคุมเพื่ม
  • หาได้ไม่ยากจนเกินไป
  • สีที่ได้ค่อนข้างดี อย่างที่ต้องการ
  • สามารถใช้ร่วมกับระบบอื่นได้ โดยต้อง workaround
  • มีแอพรองรับทั้ง iOS และ Android
  • ควบคุมได้จากทุกที่ ขอให้มีอินเทอร์เน็ต

ข้อติ

  • ตัวแอพ มีช้าบ้าง
  • ข้อจำกัดของ Locale ตามด้านบน
  • ไม่มีผู้จำหน่ายโดยตรงในเมืองไทย

ขอจบการรีวิวไว้แต่เพียงเท่านี้นะครับ ใครมีคำถามอะไร ถามไว้ได้ ถ้าตอบได้จะตอบครับ ถ้าตอบไม่ได้ จะลองพยายามหาคำตอบให้

ผมได้ทำวิดีโอรีวิวพร้อมเซ็ตอัพไว้ด้วย เชิญชมได้ที่ลิงก์ด้านล่างเลยครับ ขอบคุณครับ



from Blognone https://www.blognone.com/node/91193
via IFTTT