แอปเปิลรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 4 ตามปีการเงินบริษัท 2016 (กรกฎาคม-กันยายน 2016) มีรายได้รวม 46,852 ล้านดอลลาร์ ลดลง 9% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวในปีก่อน กำไรสุทธิ 9,014 ล้านดอลลาร์ ลดลง 19% มีอัตรากำไรขั้นต้น 38% และยอดขายในต่างประเทศคิดเป็น 62%
รายได้แยกเป็นหมวดผลิตภัณฑ์นั้นลดลงทุกตัว ทั้ง iPhone ที่ขายได้ 45.5 ล้านเครื่อง (ลดลง 5%), iPad 9.3 ล้านเครื่อง (ลดลง 6%) และ Mac 4.9 ล้านเครื่อง (ลดลง 14%) แต่รายได้จากหมวดบริการอินเทอร์เน็ต ยังคงเป็นไปในทิศทางเพิ่มขึ้น โดยรายได้ส่วนนี้เติบโต 24% เป็นสถิติใหม่ 6,325 ล้านดอลลาร์ ทำให้ธุรกิจนี้กลายเป็นรายได้หลักลำดับที่สองของแอปเปิลแทนที่ Mac
ในช่วงแถลงผลประกอบการกับนักวิเคราะห์ โดยซีอีโอ ทิม คุก และซีเอฟโอ Luca Maestri ยังมีประเด็นน่าสนใจดังนี้
- ถึงแม้ภาพรวม iPhone ยอดขายลดลง แต่ยอดขายก็เติบโตถึง 33 ประเทศ ในตลาดใหญ่ที่สุดทั้งหมด 40 ประเทศ
- Apple Music เติบโตถึง 22%
- จะมีสินค้าที่รองรับ HomeKit มากกว่า 100 รายการ ภายในปีนี้
- ตลาดอินเดียเติบโตถึง 50%
- ไตรมาสที่ผ่านมาแอปเปิลซื้อกิจการไป 4 แห่ง
- ประเด็น Apple Car ทิม คุกบอกเพียงอุตสาหกรรมนี้มีพื้นที่อีกมากให้ใส่เทคโนโลยีเข้าไป
- iPhone 7 Plus มีปัญหาผลิตสินค้าไม่ทัน รุนแรงกว่าตอน iPhone 6s Plus
- แอปเปิลประเมินรายได้ไตรมาสถัดไป ซึ่งมีสินค้าใหม่วางขายหลายอย่าง จะอยู่ราว 75,000-77,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือว่าเติบโตขึ้น
- Siri มีคำสั่งเข้ามาถึง 2 พันล้านครั้งต่อสัปดาห์
- ทิม คุก ยืนยันว่าแอปเปิลยังมีหมวดผลิตภัณฑ์ใหม่ในอนาคตที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่มีมา และเขาเองก็มั่นใจมากด้วย
ที่มา: Apple และ Business Insider
Topics:
from Blognone https://www.blognone.com/node/86666
via IFTTT

