จากปัญหาเรื่องการทำธุรกรรมออนไลน์ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่มีประเด็นเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา วันนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 4 รายได้แก่ กสทช. ธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย มาประชุมหารือกันและได้ข้อสรุป 5 เรื่อง ดังนี้
- ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จะร่วมกันกำหนด "แนวปฏิบัติ" ในการพิสูจน์ตัวตนของผู้ใช้บริการ ในฝั่งของ กสทช. จะคอยกำหนดมาตรการในการตรวจสอบการดำเนินงานอย่างเคร่งครัด
- ธนาคารพาณิชย์กับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ จะช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้งานทราบว่า ถ้าโทรศัพท์หายต้องทำอย่างไรบ้าง โดยจะต้องแจ้งทั้งฝั่งธนาคารให้ยกเลิกบริการ และแจ้งผู้ให้บริการโทรศัพท์เพื่อขอออกซิมใหม่ ซึ่งต้องเข้ากระบวนการพิสูจน์ตัวตน
- ถ้าพิสูจน์ได้ว่า ผู้ใช้ที่ทำโทรศัพท์หาย แจ้งธนาคารให้ระงับบริการออนไลน์ต่างๆ แล้ว ผู้ใช้ไม่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
- ธนาคารต้องแจ้งหมายเลขโทรศัพท์ที่สูญหายให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์ทราบ ระหว่างที่ยังไม่มีระบบเชื่อมต่อข้อมูลโดยตรงระหว่าง 2 ฝั่ง
- การออกซิมการ์ดใหม่สำหรับเลขหมายที่เชื่อมต่อบริการธนาคารออนไลน์ เจ้าของต้องมาดำเนินการด้วยตัวเองเท่านั้น มอบอำนาจไม่ได้

สรุปข้อหารือ เรื่อง การสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
ในการใช้บริการธุรกรรมทางการเงินผ่านอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่
สำนักงาน กสทช. ธนาคารแห่งประเทศไทย
สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสมาคมธนาคารไทยเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2559 นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(เลขาธิการ กสทช.) นายรณดล นุ่มนนท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย และนายศุภชัย เจียรวนนท์ นายกสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ประชุมหารือ เรื่อง การสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการใช้บริการธุรกรรมทางการเงินผ่านอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ในการสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการใช้บริการของ 2 อุตสาหกรรม ณ สำนักงาน กสทช. โดยมีข้อสรุปของการประชุมหารือ ดังนี้
ระยะสั้น มีการดำเนินการ 5 เรื่อง คือ
1. สำนักงาน กสทช. ธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยฯ และผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จะกำหนดแนวทางปฏิบัติร่วมกันในการพิสูจน์ตัวตนผู้ใช้บริการของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ในขณะเดียวกัน สำนักงาน กสทช. จะออกหนังสือกำชับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้ดำเนินตามกระบวนการพิสูจน์ตัวตน และกำหนดมาตรการให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่มีการตรวจสอบ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานอย่างเคร่งครัดด้วย
2. ธนาคารพาณิชย์และผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จะร่วมกันประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้บริการ mobile Banking, Internet Banking และ Prompt Pay ในกรณีโทรศัพท์เคลื่อนที่สูญหาย 1. จะต้องแจ้งให้ธนาคารพาณิชย์ที่ใช้บริการอยู่ทราบเพื่อยกเลิกการใช้บริการดังกล่าว และ2. แจ้งผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อขอออกซิมการ์ดใหม่ซึ่งจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนการพิสูจน์ตัวตน
3. ในกรณีที่พิสูจน์ได้ว่าผู้ใช้บริการได้ดำเนินการแจ้งให้ธนาคารพาณิชย์ระงับบริการ Mobile Banking, Internet Banking และ Prompt Pay ผู้ใช้บริการไม่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
4. ในระหว่างที่ยังไม่มีระบบการเชื่อมต่อตรงระหว่างธนาคารพาณิชย์และผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้ธนาคารพาณิชย์แจ้งหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้งาน Mobile Banking, Internet Banking และ Prompt Pay ให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทราบ เพื่อจะได้มีการดูแลเป็นกรณีพิเศษ
5. การออกซิมการ์ดใหม่สำหรับเลขหมายที่มีการใช้บริการ mobile Banking และ Internet Banking ผู้ใช้บริการจะต้องดำเนินการด้วยตนเองเท่านั้น ไม่สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการได้
โดยทั้ง 4 หน่วยงานจะทำงานร่วมกันทำงานอย่างใกล้ชิดในการศึกษาและนำเสนอแนวทางในรายละเอียด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการให้กับประชาชน โดยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องตามนโยบายรัฐบาล National e-Payment ในระยะยาวต่อไป
from Blognone https://www.blognone.com/node/85439
via IFTTT

